วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เรื่อง มีเพียงฉันที่ไม่ได้กินฟรี

:-) เรื่อง มีเพียงฉันที่ไม่ได้กินฟรี
ผู้แต่ง ภรรยาคุณเลี่ยว
(ผู้แต่งใช้อักษรจีนเพียง ๘๐๐ ตัว สามารถบรรยายถึงสภาพสังคมจีนยุคใหม่ได้อย่างสุดยอดจริงๆ)



วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ พวกเพื่อนๆ สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม
ได้นัดชุมนุมพบปะสังสรรค์กันที่ภัตตาคารเทียนอัน
นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา
พวกเพื่อนเก่าได้นัดพบปะกันสม่ำเสมอ
มีแต่ฉันเท่านั้นที่ขาดการติดต่อกับพวกเพื่อน



ฉันทำงานวาดภาพผลิตภัณฑ์ในโรงงานแห่งหนึ่ง
ฉันและสามีต่างก็ช่วยกันทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว
ด้วยรายได้ที่ไม่มากนัก ความจริงฉันตั้งใจจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยง
แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนๆได้ ก็เลยต้องรับปาก



สามีของฉันยุ่งอยู่กับการทบทวนบทเรียนให้ลูกชาย
ซึ่งลูกชายของเรากำลังเตรียมตัวเข้าเรียนชั้นมัธยม
เพื่ออยากให้ลูกชายได้เรียนในโรงเรียนมัธยมที่ดีมีชื่อเสียง
พักนี้สามีต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้บริหารโรงเรียน
ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่
ก่อนออกจากบ้านฉันเหลือบมองดูลูกชายแล้วจึงเดินออกไป



ภัตตาคาร เทียนอัน เป็นภัตตาคารหรูชั้นหนึ่ง
เมื่อฉันเดินเข้าไปห้องที่จองไว้ พวกเพื่อนๆ มากันครบแล้ว
ทักทายฉันเกรียวกราวยังไม่ทันได้นั่งต่างก็แย่งกันยื่นนามบัตรให้ฉัน
พลิกดูนามบัตรแต่ละคนต่างก็มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้จัดการ ผู้บริหาร ต่างๆ
แม้กระทั่งอาฮุยซึ่งเรียนไม่เอาใหนที่สุด
สอบได้ที่โหล่ ก็ยังได้เป็นตำรวจ เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ



มองดูอาหารที่พนักงานเอามาเสิร์ฟ
ฉันหูตาลายไปหมด นั่งนึกสงสารตัวเองที่ผ่านๆ มาไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารพวกนี้เลย
คำนวนในใจค่าอาหารโต๊ะนี้มีมูลค่าเท่ากับรายได้ของฉันถึง ๓ เดือนทีเดียว



อาฮุยตำรวจทำตัวเหมือนเจ้าภาพงานเลี้ยงนี้
ชักชวนเพื่อนๆให้กินกันไม่หยุด และรินเหล้าแจกทุกคน
คีบอาหารให้คนโน้นคนนี้ ปากก็พูดไม่หยุดว่า "กิน พวกเรากิน มื้อนี้ผมจัดการเอง ไม่ต้องห่วง"
พรรคพวกทุกคนไม่มีไครขัดศรัทธา
ทั้งกินทั้งดื่มสนทนากันอย่างสนุกสนาน



เมื่อสมควรแก่เวลา หลังจากที่กินกันอย่าง อิ่มหนำสำราญแล้ว
ก็เป็นเวลาที่ต้องแยกย้ายกลับกัน
ฉันสังเกตุดูไม่มีไครแสดงความใจกว้างที่จะเป็นผู้เคลียร์จ่ายค่าอาหาร
ในที่สุดอาฮุยควักโทรศัพท์ออกมา
กดหมายเลขแล้วพูดว่า " เสี่ยวหลี่ คืนนี้ออกไปจับกุมกวาดล้างได้อะไรไหม
.. ..เออ ดี ดี "
ส่งมาพบผมที่ภัตตาคาร เทียนอัน สักคน ให้มาช่วยจ่ายค่าอาหารหน่อย"



พูดจบเขาก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าด้วยความภาคภูมิใจ
พวกเพื่อนก็เฮด้วยความสนุกสนาน
ต่อมาไม่ถึง ๑๕ นาที ก็มีชายวัยกลางคนผลักประตูเข้ามา
พอเห็นยอดเงินในใบเสร็จก็หน้านิ่วคิ้วขมวด
ดูเหมือนว่าเงินสดเขามีไม่พอจ่าย



เขาควักโทรศัพท์ออกมาพร้อมทั้งกดโทรพูดว่า
"คุณเลี่ยวหรือครับ ผมครูใหญ่หม่านะครับ
เรื่องลูกชายของคุณที่ฝากมาเข้าโรงเรียนมัธยมของผมนั้น
เป็นอันว่าผมตกลงรับไว้แล้วนะครับ แต่พอดีวันนี้ผมเชิญเพื่อนๆ มาเลี้ยงอาหาร
อยากขอให้คุณมาช่วยจ่ายค่าอาหารได้ใหมครับ
ผมอยู่ที่ภัตตาคารเทียนอัน ห้อง ๒๐๓ ...."



หลังจากนั้นประมาณ ๒๐ นาที มีคนมาเคาะประตู
พอประตูเปิดออกมา
ทันทีที่เห็นสามีที่ใส่แว่นสายตาหนาเตอะของฉัน คือผู้เดินเข้ามา
ฉันเป็นลมล้มฟุบลงทันที



(เรื่องสั้นนี้ได้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่น มากมาย ประจำปี ๒๐๐๖)
จัดเทียบเท่ากับ นักเขียนปฏิวัติ หลู่ซิ่น ทีเดียว

10สุดยอดข้อคิดเตือนใจจาก จิม โรห์น

10 สุดยอดข้อคิดเตือนใจจากจิม โรห์น นักสร้างแรงบันดาลใจผู้ยิ่งใหญ่ที่ล่วงลับ

1. “Don’t wish it was easier,
wish you were better.
Don’t wish for less problems,
wish for more skills.
Don’t wish for less challenge,
wish for more wisdom.”

อย่าหวังว่ามันน่าจะง่ายกว่านี้
แต่จงหวังว่าคุณน่าจะเก่งกว่านี้
อย่าหวังว่าปัญหาจะน้อยลง
แต่จงหวังให้คุณมีทักษะเพิ่มขึ้น
อย่าหวังว่าจะมีอุปสรรคน้อยลง
แต่จงหวังให้มีปัญญาเพิ่มขึ้น

2. “The challenge of leadership is
to be strong, but not rude;
be kind, but not weak;
be bold, but not a bully;
be thoughtful, but not lazy;
be humble, but not timid;
be proud, but not arrogant;
have humor, but without folly.”

ความท้าทายของการเป็นผู้นำคือ
คุณต้องแข็งแกร่งแต่ไม่ใช่หยาบคาย
มีเมตตาแต่ไม่ใช่อ่อนแอ
กล้าหาญแต่ไม่ใช่อันธพาล
ช่างครุ่นคิดแต่ไม่ใช่ขี้เกียจ
อ่อนน้อมถ่อมตนแต่ไม่ใช่ขี้ขลาด
มีความภาคภูมิใจแต่ไม่ใช่หยิ่งยโส
มีอารมณ์ขันแต่ไม่ใช่ขันอย่างโง่เขลา

3. “We must all suffer one of two things:
the pain of discipline or
the pain of regret.”

เราทุกคนต้องทนต่อสองสิ่ง ถ้าไม่ใช่ต่อความเจ็บปวดต่อจากการมีวินัย
ก็เป็นความเจ็บปวดจากความเศร้าเสียใจ

4. “Days are expensive.
When you spend a day you have one less day to spend.
So make sure you spend each one wisely.”

วันเวลาเป็นของแพง
ถ้าคุณใช้วันเวลาหมดไปวันหนึ่ง
คุณก็จะมีวันเวลาให้ใช้ลดลงไปวันหนึ่ง
ดังนั้นจงแน่ใจว่าคุณใช้แต่ละวันอย่างฉลาด

5. “Discipline is the bridge
between goals and accomplishment.”

วินัยเป็นสะพานที่เชื่อมเป้าหมายเข้ากับความสำเร็จ

6. “If you are not willing to risk the unusual,
you will have to settle for the ordinary.”

ถ้าคุณไม่ยอมเสี่ยงให้กับสิ่งที่ไม่ธรรมดา
คุณก็จะต้องใช้ชีวิตไปอย่างธรรมดา

7. “Motivation is what gets you started.
Habit is what keeps you going.”

แรงกระตุ้นเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเริ่มต้น แต่นิสัยคือสิ่งที่ทำให้คุณเดินต่อไป

8. “Success is nothing more than a
few simple disciplines, practiced every day.”

ความสำเร็จไม่ใช่อะไรเลยนอกไปจาก
การมีวินัยอย่างง่ายๆ แค่สองสามอย่าง แต่ทำมันทุกๆ วัน

9. “Don’t join an easy crowd; you won’t grow.
Go where the expectations and
the demands to perform are high.”

อย่าขลุกอยู่กับกลุ่มคนที่เรียบง่ายพื้นๆ เพราะคุณจะไม่เติบโต
จงไปอยู่ในที่ที่สูงทั้งความคาดหวัง
และความต้องการประสิทธิภาพ

10. “Learn how to be happy
with what you have while
you pursue all that you want.”

จงอย่าหลงลืม เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่คุณมี
ไปพร้อมๆ กับการมุ่งมั่น สร้างทุกสิ่งที่คุณต้องการ

Credit : Jim Rohn Team

คติจีนกับคุณค่าชีวิต กับความล้มเหลวของคนยุคนี้

คติจีนกับคุณค่าชีวิต กับความล้มเหลวของคนยุคนี้

มีหลักคำสอน คติเตือนใจในการใช้ชีวิตมากมาย ที่น่ารู้ น่าจดจำ และน่าที่จะนำไปใช้ ซึ่งหลักการ และคติต่างๆเหล่านี้ ก็มาจาก คำพูดของคนรุ่นก่อน รุ่นปู่ ย่า รุ่นพ่อ คุณแม่ ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว และผ่านความสำเร็จ ความล้มเหลวมาทั้งนั้น แล้วพูด เพื่อสอนลูกหลานของตนด้วยความเป็นห่วง

อยากให้ลูกหลาน ต่อยอดความสำเร็จ ก้าวข้ามความล้มเหลว ไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะ หลักการ คำสอนต่างๆ ก็ผ่านการทดสอบ ด้วยชีวิตของหลายๆคนมาแล้ว

คนจีน มีคติที่น่าคิด และน่านำไปใช้หลายอย่าง คนจีน มักจะจดบันทึกไว้มาก มีนักคิดนักเขียนมากมาย มีคติการใช้ชีวิตที่น่านำมาจดจำให้ขึ้นใจและปฏิบัติตาม

บางคนอ่านแล้ว ก็เข้าใจ แต่กลับหลงลืมที่จะทำ เลยทำให้ชีวิตล้มเหลว มีปัญหาอุปสรรคมากมาย

เปิดหนังสื้อที่รวบรวมคติจีน กับการใช้ชีวิต มีหลายข้อความที่สะกิดเตือนใจ ลองอ่านกันดูนะครับ

"ชีวิตจะมีคุณค่า ก็ต่อเมือวัยชรา สุขภาพแข็งแรง
มีเงินเหลือใช้ มีชวิตคู่ยืนยาว มีเพื่อนเก่าที่ยืนยง"

ชอบคตินี้มากๆ และอยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะสุขภาพ สำคัญที่สุด คนเราต้องหมั่นรักษาสุขภาพ เมื่อร่างกายแข็งแรง ก็จะทำอะไรตามที่คิดที่ฝัน อยากจะทำได้ทั้งนั้น สุขภาพ ก็ต้องดูแลตั้งแต่วันนี้ มีคำแนะนำในการออกกำลังกายและรักษษสุขภาพจากหน่วยงานสาธารณสุข มากมาย แต่คนเราสนใจกันรึเปล่าล่ะ มัวแต่สนใจบริโภค กิน ของที่เห็นในโฆษณาทีวี หลายอย่าง เป็นสิ่งที่บ่อนทำลายสุขภาพทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องหามากิน มาบริโภคเลย แต่เป็นค่านิยมที่สื่อพยายามสร้างเพื่อให้ขายสินค้าได้ เมื่อใช้ชีวิตแบบนั้น สุขภาพจะแข็งแรงจนถึงวัยชราได้อย่างไรกัน"

มีคนเคยถามว่า คนยุคก่อน สมัยก่อน ทำไมสุขภาพแข็งแรงจัง ยิ่งอายุมาก ก็ยังแข็งแรงอยู่ .. ก็แน่สิครับ เค้าไม่ได้กินเหมือนคนสมัยนี้ คนยุคก่อน เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ทำลายสุขภาพ ไม่ฟุมเฟื่อย แบบนี้ จึงมีเงินเก็บ มีเงินเหลือใช้ ไม่ทำอะไรที่มากเกินไป .. "

ความพอเพียง พอเหมาะ พอดี ทำให้คนยุคก่อน มีชีวิตคู่ที่ยืนยาว และมีเพื่อนเก่าที่ยืนยง.. ซึ่งความจริงแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก แต่ทว่า คนยุคนี้ สมัยนี้ ที่มีเครื่องมือสื่อสารมากมาย สะดวกสบายกว่าคนยุคก่อน กลับไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ .. ชีวิตคู่ของคนยุคนี้ สั้นจัง เปลี่ยนคู่ก็บ่อย แค่เบื่อเท่านั้น.. ความอดทนต่ำมากๆ

.. อีกคติจีนที่สำคัญ และเป็นความจริง

"สืบทอดมรดกให้ลูกหลาน ด้วยคำสองคำ "การศึกษา และ "การทำงาน" สังเกตว่า คนยุคก่อน สอนลูกหลานให้ทำาน ให้ตั้งใจเล่าเรียน แม้จะยากลำบากแค่ไหน ก็ต้องฝ่าความยากลำบากนั้นให้ได้ แต่ยุคสมัยนี้ ทำไมมันช่างตรงกันข้ามนะ เรื่องการศึกษา หลายคนไม่อดทน ไม่ตั้งใจเรียน รักสบาย แล้วแบบนี้ จะมีความฉลาดรอบรู้มากแค่ไหนกันหนอ เมีอเทียบกับเด็กนักเรียนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ขยันและตั้งใจเรียน อนาคตของเด็กไทย น่าเป็นห่วงจริงๆ

มีหนังสือที่รวบรวม คติคำคม ข้อคิด มากมายหลายเล่ม แม้แต่ในอินเตอร์เนต ก็มีหลายคน หยิบเอาคติ ข้อคิดดีๆ มาโพสต์ มาแชร์กันมากมาย อ่านแล้ว ฟังดูดี แต่ก็น่าเสียดาย ที่หลายคน โยเฉพาะคนที่แชร์ และกดไลท์ ไม่ได้เอาคติ ข้อคิดเหล่านั้น มาใช้ในชีวิตของตนเองจริงๆ

แต่ในความย่ำแย่ ความน่าเป็นห่วงกับความคิด และพฤติกรรมของเด็กยุคนี้ ก็ยังมีเด็กไทย ที่มีความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจจริง และทำตัว ใช้ชีวิต แบบที่คติจีนเขียนไว้ บางคน ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ผิดพลาด และตั้งใจกลับตัวกลับใจใหม่แก้ไขสิ่งที่ผิด ทำตัวทำตนให้ถูกต้อง ปรับแนวคิด ทำชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น ตรงกับคติชีวิตของคนจีนที่หยิบยกมา โดยที่เขาเหล่านั้น ไม่เคยได้อ่านคติจีนที่หยิบยกมาพูดที่นี่เลย ....

แต่เป็นสิ่งที่พวกเขา ค้นพบด้วยตัวของพวกเขาเอง ค้นพบสัจธรรมชีวิต ที่ตรงตามคติจีนที่หยิบยกมานั้น....

เรื่องของกู : ภาพยนต์ชีวประวัติของหลวงพ่อคูณ

ภาพยนตร์ชีวประวัติหลวงพ่อคูณ "เรื่องของกู"
เป็นบุญของเรามีโอกาสได้ดู เพราะผ่านการเล่าเรื่องโดยหลวงพ่อคูณ และน้องสาวของท่าน
ภาพยนตร์ชุดนี้สร้างจากสถานที่จริงและจำลองสถานที่ผ่านการขมของหลวงพ่อคูณมาแล้ว
ขออนุญาต เผยแพร่ต่อเพื่อเชิดชูชีวประวัติให้ลูกหลานได้รับทราบ
TT: PEA
ขอกราบขอบพระคุณผู้สร้างภาพยนตร์ยิ่งใหญ่เรื่องนี้
ขออนุโมทนาบุญ
ร่วมกัน... สาธุ
https://youtu.be/nHd-O4rA4AA

อาหารปลากินพืชอายุ 4-6 สัปดาห์

สัตว์)อาหารปลากินพืชอายุ4-6สัปดาห์ ปลายข้าวต้มสุก2ส่วน+รำละเอียด1ส่วน+ผักสับ1ส่วน+อีเอ็มและกากน้ำตาลอย่างละ1ช้อนโต๊ะ หมัก6ชม.ให้กินเช้า-เย็น

from sms farmerInfo

บทกวี ประชาชน-พลเมือง จาก สุขุม ศรีนวล

๐ประชาชน-พลเมือง๐
(People-Citizen)

หรือหวาดกลัวคำว่า “ประชาชน”
จึงบัญญัติให้เป็นพล ละเมืองใหม่
“ประชาชน”เขาล้าหลัง หรืออย่างไร?
ต้องแก้ไขเป็น“พลเมือง” ให้เฟื่องฟู

นิติช่างบริกร สอนไว้เสร็จ
กลเม็ดเป้าหมาย วาดไว้หรู
ธรรมนูญทูนมานำ คำกูรู
ช่างน่ารักน่าเอ็นดู หนอผู้ดี

ยกแล้วร่างร่างแล้วยก หมกความหมาย
กี่ฉบับนับเรียงราย ตั้งหลายหวี
กินไม่ได้ใช้ไม่ผ่าน นานหลายปี
ช่างทาสีขี่ระบอบ ล้อมรอบรัฐ

คราวนี้ร่างคราวหน้าร่าง เป็นอย่างเก่า
เรื่องตั้งฐานยกเสา เขาถนัด
แต่เนื้อหาไม่เคยเปลี่ยน เวียนรอบวัด
บริษัทผู้รับจ้าง...ร่างรัฐธรรมนูญ!

สุคม ศรีนวล
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

จงให้อภัย เมื่อเพื่อนส่งไลน์ที่เราไม่ชอบ

Copy อันนี้มา ดีมาก
"จงให้อภัย เมื่อรำคาญเพื่อน.. ที่ส่งไลน์ ที่เราไม่ชอบ"

อย่าถือสา หาความกันนะ เพราะในที่สุดเเล้ว เราก็ต้องจากกันไป

(heart) ..วัฒนธรรมไลน์กลุ่ม..(heart)

วัฒนธรรมไลน์กลุ่ม แต่ละห้อง แต่ละที่จะแตกต่างกัน

������ บางห้อง เป็นเรื่องงานล้วนๆ ห้ามเล่น ห้ามแซว ห้ามส่งข้อมูลใดๆที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเข้ากลุ่ม

������ บางห้องใช้เล่นๆ ไม่มีสาระ ขำขันปนมันฮา แก้เครียด ใครแหยมส่งข้อมูลเป็นทางการ ซีเรียสเข้ากลุ่ม เป็นถูกด่า

������ บางห้อง ใช้เป็นที่พบปะเพื่อนฝูง แวะเวียนทักทายกันและกัน ยามคิดถึง หรือว่างงาน
ไว้แซวขำขัน แชทข้อมูลที่ผ่านสายตาเข้ามา ทั้งที่กลั่นกรอง และไม่กลั่นกรอง จากคนส่ง

.... ผู้รับข้อมูลบางคน อาจได้ประโยชน์
บางคน อาจมองไม่เห็นประโยน์
ในการส่งไลน์ ข้อมูลที่เป็นความจริง มีเพียง 10 % เท่านั้น
... เพื่อนๆ ก็ต้องทำใจ ยอมรับกติกาสังคมอันนี้

□ผู้ส่ง เมื่อถูกตำหนิจากผู้รับ ก็ต้องทำใจ อ๋อ...เขาไม่เห็นประโยชน์ หรือ..ไม่ทันได้พิจารณาให้ละเอียด เราอาจทำให้เขาเสียเวลา

□ผู้รับ เมื่อรับข้อมูล ก็ขอให้ทำใจ
อ๋อ...เราไม่เห็นประโยชน์
..แต่อย่างน้อย ก็ทำให้เราได้รู้ว่า ..มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคม
ให้ระวัง หรือเมื่อใครคุยกัน เราก็คุยกับเขาได้ ไม่ตกข่าว
□□□□□□
...
จึงอยากจะขอร้อง ให้เพื่อนๆทุกคน ในไลน์ห้องนี้ รักกัน (heart) ให้อภัยกันและกัน หนักแน่น อย่าถือสากันเลย หนักนิด เบาหน่อย อภัยให้กัน วันนี้แชทหากัน วันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ ใครคนใดคนหนึ่ง จะได้อยู่แชทกันครบมั๊ย อนาคตมันไม่แน่นอนนะเพื่อน..
��������������������

ระวังโรคผลแตกยางไหล

พืช)โรคผลแตกยางไหลจะเกิดกับมังคุดที่มีการจัดการน้ำไม่ดีพอหรือในช่วงที่ฝนตกชุกสลับกับแล้ง มักพบอาการของโรคในระยะ 1-2 เดือนก่อนเก็บเกี่ยว

from sms farmerInfo

ค้นพบดินแดนใหม่ รับชาวโรฮิงญา : เสธน้ำเงิน

ค้นพบดินแดนใหม่รับ ชาวโรฮินจาอพยพ ไม่อั้นจำนวนแล้ว
ชาวโรฮินจา คือ ชาวเบงกาลี ของอินเดีย ยุคล่าอาณานิคม อังกฤษนำเข้ามา พร้อมกับชาวกุรข่า ต่อสู้กับพม่า เพื่อยึดดินแดน และโค่นล้มราชวงศ์พม่า จับกษัตริย์สีป่อ กษัตริย์องค์สุดท้ายพม่า ไปกักบริเวณไว้ที่อินเดีย
จนวาระสุดท้าย แต่ชาวโรฮีนจา ไม่ได้กลับถิ่นฐาน ตั้งรกรากแถวรัฐยะไข่ของพม่า จนแยกแผ่นดินจากอินเดียเป็นประเทศบังคลาเทศ ด้วยความที่นับถือฮินดู และอิสลาม ชาวโรฮินจา จึงขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งกับชาวพุทธพม่าอยู่เนืองๆ
ทุบทำลายพระพุทธรูป และเผาวัดชาวพม่า ก่อจราจลเผาบ้านเผาเมือง ไปจำนวนมาก ชาวโรฮินจา เป็นเผ่านักรบ แต่ไร้ความรู้ จึงถูกกลุ่มอัลกออีดะห์นำไปฝึกเป็นกลุ่มก่อการร้าย จนมีนักรบมูจาฮิดีน โรฮินจา
ชาวโรฮินจา เมื่อผ่านจากไทยเข้าไปในมาเลเซีย ก็ถูกกลุ่มก่อการร้ายชายแดนใต้ศัตรูคนมุสลิม วาดะห์ BRN แดง นปช.จ้างมาฝึกอาวุธ แล้วย้อนกลับมาก่อวินาศกรรม ในจังหวัดชายแดนของไทย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมไทย เคยตรวจ DNA กลุ่มก่อการร้ายชายแดนใต้ ปรากฎหลักฐานว่าเป็นชาวโรฮีนจา จำนวนมาก การที่อเมริกา และสื่อมวลชิน เรียกร้องให้ไทยรับ ชาวโรฮีนจา เข้ามาตั้งศูนย์พักพิงนั้น
เกมส์นี้คือการรวมกลุ่มก่อการร้ายขนานใหญ่ที่จะแฝงตัวมากับผู้อพยพเหล่านี้ และอเมริกาจะหนุนอาวุธ สร้างให้เป็นกลุ่ม IS สายเอเซียใต้ และจะทำให้ไทย ตกอยู่ในสภาพเดียวกับยูเครน อิรัก และซีเรีย
รู้ทันอเมริกา และสื่อแดงขายชาติ เท่ากับพาชาติพ้นภัย มีสถานที่ว่างสำหรับสร้างศูนย์พักพิงชาวโรฮินจา ที่เหมาะสมมาก คือ ดินแดนอเมริกานั่นเอง โดย UNHCR แค่กินหัวคิว ชาวโรฮีนจา แล้วใช้เรือลากจูง จากรัฐยะไข่ของพม่า
มุ่งตรงไปยังดินแดนอเมริกาเท่านั้น ก็ไม่ต้องโวยวายใดๆ อีกต่อไป ที่อเมริกา แผ่นดินว่างเปล่ามากมาย จะหวง และงก ไว้ทำไม ??
@ เสธ น้ำเงิน4

.

Waiting....