วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความรู้สึกไม่ดีต่อคนอื่นบ่อยๆ เป็นสิ่งทำลายสุขภาพจิตตนเอง....

@ ความรู้สึกไม่ดีต่อคนอื่นบ่อยๆ เป็นสิ่งทำลายสุขภาพจิตตนเอง....

ความ รู้สึกอึดอัดคับข้องใจ จนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง ตั้งแง่รังเกียจเดียดฉันท์ของผู้คนในสังคม โดยมากมักจะมาจากอารมณ์ความรู้สึก 7 ประการที่มีต่อผู้อื่น ดังนี้ คือ

1 อยากได้หรือต้องการอะไรจากผู้อื่น
เช่น ต้องการสิ่งของ เงินทอง ความรัก ความเอาใจใส่ ความช่วยเหลือ คำชื่นชม เป็นต้น เมื่อมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ได้มาแล้ว เวลาไม่ได้อย่างใจก็ผิดหวัง

2 รู้สึกโกรธ
เป็นลักษณะของความขัดเคืองใจ จนถึงคับแค้นใจ เมื่อผู้อื่นทำอะไรให้ไม่ถูกใจ ไม่ตรงกับความต้องการของตนเอง

3 อยากให้เขารู้สึกเจ็บใจหรือได้รับความเสียหาย
ต้องการ ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าทั้งกับตัวคนที่รู้สึกไม่ชอบ ทรัพย์สินเงินทองที่เขามี บุคคลที่ใกล้ชิด ทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง หรือบุคคลที่ให้การสนับสนุนเขา

4 ลบหลู่ดูหมิ่น
รู้สึกว่าผู้อื่นนั้นด้อยค่า คิดหักล้างคุณความดีที่เขาเคยทำมา มองเฉพาะด้านที่ไม่ดีของผู้อื่นอย่างชัดเจน

5 ยกตนข่มท่าน ตีตนเสมอ
คิด ยกย่องตัวเอง ยกตนขึ้นเทียบกับผู้อื่น เพื่ออยากให้ใครๆ รู้สึกว่าตนมีดีกว่า เหนือกว่าในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ ชาติตระกูล ฐานะ คุณธรรม ผลงาน ความสามารถ เป็นต้น

6 อิจฉาริษยา
เกิดความอิจฉาริษยา ขัดเคืองใจ เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ ได้ทรัพย์สินเงินทอง มีคนชื่นชม เป็นต้น

7 ทำดีเพื่อเปรียบเทียบกับผู้อื่น
ต้องการ ที่จะทำดีหรือสร้างผลงานเพื่อมุ่งให้คนอื่นรู้สึกว่าตนมีดีหรือมีความสำคัญ กว่าคนอื่น แทนที่จะทำเพื่อเป็นความช่วยเหลือด้วยจิตที่มีเมตตากรุณาอย่างแท้จริง

การ แสดงออกทางอารมณ์เหล่านี้ปรากฏให้เห็นชัดในหนังละคร เพราะ เป็นวิธีการที่สร้างความรู้สึกให้ผู้ชมต้องการติดตาม จนในที่สุดรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่าในหนังละครมาก หากมาเกิดขึ้นกับชีวิตจริง

@ วิธีการแก้ไขมิให้อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้เข้ามาทำร้ายจิตใจของเรา คือ

1 การ มีสติรู้เท่าทัน คิดถึงโทษภัยที่มาจากสาเหตุเหล่านี้ เช่น ทำให้มิตรสหายแตกแยก ก่อศัตรู อยู่ไม่เป็นสุข ก่อให้เกิดปัญหารุมเร้าเข้ามาอย่างมากมาย

2 หมั่นตั้งจิตปรารถนาให้ ผู้อื่นมีความสุข คิดช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ รู้สึกยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี วางใจเฉยๆ เป็นกลางๆ เมื่อผู้อื่นทำความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง เหมือนกับพ่อแม่ที่รักลูกของตนอย่างแท้จริง

3 คิดถึงความเสื่อมไปของ สภาพร่างกายของเราว่าเป็นของแน่นอน วันหนึ่งเราจะต้องแก่ตัวลง เรี่ยวแรงอ่อนแอลง หรือจะต้องมีทุกข์เพราะโรคภัยไข้เจ็บอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น ไม่ควรซ้ำเติมจิตใจเราให้บอบช้ำ ก่อปัญหาต่างๆ ในชีวิตให้เพิ่มขึ้นอีก เป็นต้น

4 คบหาสมาคมกับคนที่มีจิตใจดี มีใจสงบ ไม่ชอบต่อล้อต่อเถียง ไม่ทำให้เรื่องเล็กให้ขยายกลายเป็นเรื่องใหญ่

5 สุขภาพ ร่างกาย มีผลต่อสภาวะจิตใจ ควรรักษาสุขภาพ รับประทานผักปลอดสารพิษ แบ่งเวลาอย่างเหมาะสม ไม่ทำงานหักโหมจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น

เท่านี้ก็จะช่วยให้เราเป็นคนที่มีอารมณ์ดี จิตใจสดชื่นแจ่มใส มีมิตรภาพที่ดีอยู่ใกล้ตัว รู้สึกว่าโลกนี้เป็นสถานที่น่าอยู่เพื่อการทำความดี



ที่มา www.lifeanlist.net

ไม่ต้องเพรียบพร้อม..ก็มีความสุขได้......โดย นายแพทย์วิทยา นาควัชระ

@ ไม่ต้องเพรียบพร้อม..ก็มีความสุขได้......โดย นายแพทย์วิทยา นาควัชระ

"ผู้เขียนได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรนำสัมมนาให้กับผู้บริหารและคณาจารย์ของสถาบันการศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้
ได้ถามเขาว่าอยู่มาจนอายุ 30 กว่าแล้วทุกคน เขาต้องการอะไรในชีวิตมากที่สุด

บางคนตอบว่า ต้องการเงิน ชื่อเสียง ความสำเร็จ บ้าน ตำแหน่ง ความก้าวหน้า ฯลฯ
ไม่มีใครตอบผิดหรอก เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แปรเปลี่ยนไปตามวัย สถานภาพ และภูมิหลัง

มีสุภาพสตรีอายุมากคนหนึ่งค่อยๆ ตอบเบาๆ ว่า ต้องการความสุขค่ะ
คงจะกลัวว่าคนจะหาว่าเธอไม่มีความสุข หรือเกรงว่าเป็นคำตอบพื้นๆ เหลือเกิน...กระมัง
แต่หารู้ไหมว่านั่นแหละ...คือความต้องการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการ และเป็นสุดยอดของความปรารถนาจริงๆ
หลายๆ คนมีสิ่งที่อยากได้ดังกล่าวมาแล้ว เช่น เงินทอง รถยนต์ ความเด่นดัง ชื่อเสียง ฯลฯ แต่ไม่มีความสุข
กับคนที่มีความสุขแต่อาจจะขาดสิ่งต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว
ถ้าเป็นคุณๆจะเลือกอะไร?

การตัดสินใจ "เลือก" แต่ละครั้งบอกถึงผลรวมของความฉลาด สติปัญญา และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนครับ คนเราจึงเลือกไม่เหมือนกัน

@ กฎง่ายๆ ของความสุข

มนุษย์ไขว่คว้าหาความสุขกันแทบตายว่าอยู่ที่ไหนแต่ปรากฏว่า ความสุขอยู่ใกล้ๆ ตัวเรานี่เอง

บางทีอยู่ในตัวเราด้วยซ้ำไปเพราะความสุขเกิดจากความคิด ความรู้สึก และทัศนคติต่อตัวเอง และสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น

ไม่ว่าเหตุการณ์รอบตัว หรือข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร เช่น ยากจน พิการ ตกงาน ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่มีชื่อเสียง เรียนไม่จบ ฯลฯ
แต่ถ้ารู้จักคิดให้เป็น ปรับระดับอารมณ์ให้ดี มีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อมได้ดี มีความหวังที่ดี ก็จะเกิด "ความสุขได้"

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วทุกๆ วันจงบอกกับตัวเองซิว่า เราจะกระตือรือร้นที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

จะตั้งใจอยู่อย่างมีความสุข

จะตั้งใจ "คิด" ให้เป็น

จะพัฒนา "ความรู้สึก" ที่ดีๆ ให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ให้ได้
และจะมี "ทัศนคติ" ที่ดีกับตัวเองและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีความหวังที่ดีๆ ต่อชีวิตเสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์รอบข้างหรือข้อเท็จจริงในขณะนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ตั้งใจนะครับ ตั้งใจทำให้เต็มร้อยไว้ก่อนส่วนจะได้แค่ไหนก็ช่างมัน รับรองว่าความสุขเริ่มมาเคาะประตูเรียกแล้ว

@ ชีวิตไม่ต้องเพียบพร้อม ก็มีความสุขได้

หลายๆ คนคิดว่าชีวิตจะต้องเพียบพร้อมและงดงามเสียก่อน แล้วจึงจะมีความสุขได้
ไม่จำเป็นหรอก และเป็นไปไม่ได้ด้วย ที่คุณจะมีชีวิตเพียบพร้อมงดงามอย่างนั้น

เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่มนุษย์จะมีข้อบกพร่องทุกคน เช่น มีความไม่รู้ (โง่) ในบางเรื่อง มีความคิดและการตัดสินใจที่ผิดๆ มีข้อจำกัดของความสามารถในเรื่องต่างๆ เสมอ

จึงไม่มีใครจะมีชีวิตที่เพียบพร้อม เก่งทุกอย่าง ดีทุกอย่างหรอก
ที่เราเห็นว่าเขามี หรือเขาคุยว่าเขามีครบทุกอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องที่เขาคุยให้ฟัง หรือเราคิดไปเอง

แต่ความจริงนั้น...ผมมั่นใจว่า เขามีข้อบกพร่อง และมีความขาด...ทั้งนั้น

@ อย่าอายที่จะสร้างสรรค์ตัวเอง

หลายคนบอกว่า ชีวิตคือการค้นหา หรือแสวงหา

ก็เห็นทำกันมานานแล้ว เสียเวลาและพลังงานไปมากแล้ว ค้นหาและแสวงหาพบอะไรบ้างเล่า?
มาถึงวันนี้แล้ว หยุดค้นหาเสียทีก็ได้ หันมาสร้างสรรค์ตัวเองให้ได้ในสิ่งที่อยากได้จะเหมาะกว่า

เช่นอยากมีความสุข ก็ตั้งใจฝึกความคิด และพัฒนาอารมณ์ให้เหมาะสม ก็จะได้ความสุข

ถ้ามีอะไรขาดหายไปบ้าง หรือไม่ได้อะไรดังใจบ้างก็ช่างมัน ไม่เป็นไรหรอก ยอมรับว่าเป็นความปกติได้

หัดมองความปกติในชีวิตให้เป็น อย่ามองความปกติให้เป็นปมด้อยหรือเป็นปัญหา เพราะคุณจะพบแต่ปัญหาตลอด ซึ่งไม่สร้างสรรค์เลย
อ้อ! อย่ามัวไปหาหมอดูทำนายอนาคตอยู่เลย เสียเวลา

หันมาสร้างอนาคตของตัวเองแบบสร้างสรรค์ดีกว่า
อนาคตมีไว้เพื่อ สร้าง ไม่ใช่มีไว้เพื่อ ทำนาย ครับ

@ ทุกอย่างอยู่ในตัวเราเองทั้งนั้น

คนส่วนใหญ่มักชอบถามว่า เราจะได้สิ่งที่เราอยากได้จากที่ไหน

ไม่ว่าจะเป็นความสุข เงินทอง ความเก่ง ชื่อเสียง ฯลฯ

ซึ่งจะมีผู้รู้บอกวิธีที่จะได้สิ่งเหล่านั้นแตกต่างกันไป นี่ยังดีนะ ที่ยังรู้จักถาม

แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่อายแม้แต่จะถามว่าจะได้สิ่งที่อยากได้จากที่ไหน

เขาจะทำทีเหมือนว่ารู้ ทำท่าเหมือนมีอยู่แล้ว

ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มี และไม่รู้ ว่าจะไปหาที่ไหนด้วย

เป็นลักษณะของคนมีมาดมาก โง่แกมหยิ่ง หรือปัญญาแล่นช้า
พวกไม่กล้าถาม ไม่กล้าสร้างสรรค์พัฒนาตัวเองนี้ เป็นพวกที่อายที่จะเรียนรู้
น่าเห็นใจที่เราพบคนขี้อายแบบนี้มากขึ้น ทั้งๆ ที่ในสังคมมีคนกร้าวและก้าวร้าวมากขึ้น
พวกขี้อายมากๆ นี้ ถูกเบียดให้อยู่แนวหลังของสังคม บางคนเข้าข่ายเป็นโรคจิตเภทด้วยซ้ำไป

@ จะบอกความลับอะไรให้ครับ...

สิ่งที่มนุษย์ไขว่คว้าอยากได้ทั้งหมดนั้นอยู่ในตัวเราเองทั้งนั้น อย่าไปหาจากสิ่งอื่นหรือคนอื่นเลย
จงสร้างสรรค์มันออกมาจากตัวเรา จากความคิด ความเชื่อ และความสามารถที่พัฒนาขึ้นทุกวันๆ แล้วมันจะทำให้คุณชื่นใจ

ผมชอบใจคำกล่าวที่ ฟรองซัวส์ ลา โรซ ฟูดอลด์ กล่าวไว้ว่า

What the Superior man seeks is in himself, What the Small man seeks is in other.

"สิ่งที่คนเหนือคนมองหา มักอยู่ในตัวของเขาเอง
แต่สิ่งที่คนธรรมดามองหา มักอยู่ในตัวคนอื่น"
เลิกคิดแบบคนธรรมดา ลองคิดแบบคนเหนือคนดูบ้างซิ แล้วคุณจะรู้ว่า ความสุขและความสำเร็จนั้นหาได้ไม่ยากหรอก และรู้ว่าหาได้จากที่ไหนด้วย"

จาก... ไม่ตัองเพรียบพร้อม ก็มีความสุขไดั โดยนายแพทย์วิทยา นาควัชระ

*** เลี้ยงอย่างไร ไม่ให้ลูกเป็น '18 มงกุฎ'

@ เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็น18มงกุฏ
(“ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ” )




เพื่อลดการขยายตัวของกลุ่มมิจฉาชีพ หรือ 18 มงกุฎในคราบเด็ก และวัยรุ่น การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นน้ำ นั่นก็คือครอบครัว โดย 'ศ.ดร.นพ.วิทยา' บอกถึงวิธีการเลี้ยงลูกสำหรับพ่อแม่ เพื่อเป็นแนวทางให้ลูกเป็นเด็กดีว่า

1. ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องให้ความสำคัญ และความสนใจเรื่องการพัฒนาจิตใจของลูกให้มีจิตสังคม หรือจิตสาธารณะเสียก่อน เช่น ถ้าจะสอนเรื่องความกตัญญู ไม่ใช่สอนให้กตัญญูกับคนในครอบครัวเพียงอย่างเดียว เช่น “ฉันเป็นแม่ ลูกจะต้องกตัญญูกับแม่” แต่ทั้งนี้ควรสอนให้ลูกตัญญูต่อคนอื่น เช่น ครู สังคม และประเทศชาติด้วย

2. พ่อแม่จะต้องพัฒนาจิตสำนึกในส่วนที่ดี (หน้ามือ) ให้งอกงามเพิ่มขึ้น เช่น ความรัก ความเมตตา ความเอื้ออาทร ความอ่อนโยน ขณะที่จิตสำนึกในส่วนไม่ดี (หลังมือ) เช่น ความหน้าด้าน เกียจชัง ควรลดให้เกิดน้อยลง ซึ่งถ้าเมื่อไร พ่อแม่ลืมพัฒนาส่วนที่เป็นหน้ามือให้แก่ลูก ภาพในส่วนของหลังมือ ไม่ว่าจะก้าวร้าว รุนแรง จะขยายตัวมากขึ้น นำไปสู่การเอาเปรียบ และหลอกลวงผู้อื่น และสังคมต่อไปได้

เช่น สอนให้ลูกรู้จัก ยิ้ม ไหว้ ทักทาย ชมเชย ช่วยเหลือ ทำให้เด็กรู้สึกว่า ตัวเขาเองมีค่า เพราะพ่อแม่ชมเขา สอนเขา หรือมองเขาในลักษณะที่ให้เกียรติ พร้อมกับภูมิใจตัวลูก เมื่อลูกรู้สึกว่าตัวเองมีค่าแล้ว ก็สอนต่อไปว่า ต้องกระจายคุณค่าไปยังผู้อื่นด้วย ทำให้เด็กได้รับมิตรภาพมากขึ้น

แต่ถ้าเมื่อไรที่พ่อแม่ไปตำหนิ หรือไม่ให้เกียรติลูก จิตใต้สำนึก และเมล็ดพันธุ์ด้านลบ จะขยายพันธุ์มากขึ้น ทำให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่กระด้าง ส่งผลให้ก่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย และหลอกลวง กลายเป็น 18 มงกุฎได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

3. หลอมให้ลูกทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ด้วยการแบ่งปันเวลาในครอบครัว พาลูกออกไปทำประโยชน์เพื่อสังคมบ้าง ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้ลูกรู้จักแบ่งปัน สู่การเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือการปลูกป่าคืนต้นไม้ให้ป่าใหญ่ เป็นต้น หลอมความอ่อนโอน และมองเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์

4. สอนลูก ให้รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น และปกป้องผลประโยชน์บนความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ในสังคม ด้วยการสอนให้ลูกรู้สึกไม่ดี กับการกระทำผิด เช่น เมื่อเห็นเพื่อนถูกรังแก ต้องวิ่งเข้าไปห้าม หรือวิ่งเข้าไปบอกครูทันที

ตัวอย่างง่ายๆ คือ ตั้งคำถามให้ลูกคิด เช่น เมื่อเห็นลูกนกตกลงมาจากรัง ลูกจะต้องทำอย่างไร จะปล่อยไว้เฉยๆ หรือปีนขึ้นไปเก็บ รวมทั้งต้องสอนให้ลูกกล้า และไม่อายที่จะทำความดี และกล้าที่จะบอก อาทิ สิ่งใดไม่ถูกต้อง ต้องช่วยกันแย้ง เป็นต้น

5. แบบอย่างที่สำคัญของลูก คือแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ ดังนั้น พ่อกับแม่ต้องเป็นแบบอย่างด้านความเข้มแข็ง อดทน เสียสละ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น นอบน้อม อ่อนหวาน เป็นต้น โดยทำให้ลูกเห็นบ่อยๆ จะช่วยให้ลูกซึมซับได้ดี

ลูกจะเป็นอย่างไร ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานการเลี้ยงในครอบครัว ถ้าเลี้ยงด้วยใจ พร้อมกับใส่คุณธรรม ลูกก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ดี เวลาเจอปัญหา หรือพบกับทางตัน ก็จะหาทางออกด้วยสติ ไม่เอาเปรียบ หรือคดโกงผู้อื่น

ตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าและมีชีวิตชีวา

จากหนังสือ ..."อยู่อย่างสง่า"
ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ

-----------------------------------------------------------------------------------

ตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าและมีชีวิตชีวา... ความตั้งใจที่จะมีชีวิตอยู่เช่นนี้มีความสำคัญมาก

ทำให้ชีวิตมีจุดเป้าหมาย และอยู่อย่างคนกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา เหมือนนั่งเครื่องบินแล้วรู้ว่าจะไปลงที่จุดหมายปลายทางที่ใด

ถ้าขาดความตั้งใจที่จะอยู่อย่างคนมีค่า ชีวิตจะมีแต่การเล่นสนุกไปวัน ๆ มีทั้งกินเล่น นอนเล่น เดินเล่น ทำงานเล่น ๆ เรียนเล่น ๆ

และมักปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม ทำให้ไม่น่ารัก ขาดสมดุล และไม่สร้างสรรค์ ถ้าตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าแล้ว

เราจะเลือกและจัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดี ๆ มีคุณค่าให้กับชีวิตตนเอง ทั้งการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคบเพื่อน การทำงาน การเลือกคู่ครอง การอบรมบุตรหลาน จะรู้จักเลือกกินอาหารที่พอดี นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากพอ

มีอารมณ์ขัน มีจิตใจรักเพื่อนมนุษย์ มองไกล ใฝ่ดี มีคุณธรรม มีวินัย รู้จักทำตัวให้คนรัก รู้จักทำงานเพื่อให้ตนเองมีค่า มีศาสนาไว้ยึดเหนี่ยวโดยเฉพาะในยามตกอับ ชีวิตก็จะเหมือนเครื่องบินที่บินขึ้นไปแล้ว และรู้ว่ามีสนามบินเตรียมพร้อมให้ลงได้อย่างปลอดภัย

การทำตัวให้มีชีวิตชีวา กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ จะทำให้ต่อสู้กับความชราได้ดีมาก ถ้าขาดความตั้งใจจะมีชีวิตอยู่แล้ว มักจะปล่อยปละตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ทอดทิ้งตัวเอง จิตใจก็ไม่ดี เหนื่อย เซ็ง ท้อใจ เสมอ และมักจะไม่ชอบตัวเองด้วย

แล้วใครจะชอบบุคคลที่ทอดทิ้งตัวเองเล่า ?

มาตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าและมีชีวิตชีวาดีกว่า แค่นึกก็สนุกแล้วชีวิตนี้!

"ความสำเร็จของการเกิดมา" ...... by 'นิ้วกลม'

@ "ความสำเร็จของการเกิดมา" ...... by 'นิ้วกลม'

ยิ้มให้บ่อยที่สุด หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง และให้คนอื่น

ตื่นเช้าๆ นอนดึกสักหน่อย จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ

เห็นโลกให้มากที่สุด นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ

ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน

ไม่ต้องรักทุกคน ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ

หายใจในจังหวะที่พอดี ไม่ถี่ ไม่เนือยจนเกินไป

ได้อยู่กับครอบครัว ปล่อยมุกให้เขาฮา และฮามุกของเขา

สะสมปัญญา ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด แต่จะได้ไม่ทุกข์



เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น

ในโลกมีคน เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย

โกรธให้น้อย ชีวิตสั้น โกรธกันมันเสียเวลา

ดื่มน้ำให้มาก นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท
บางวันโค้กก็อร่อย บางวันก็โออิชิ บางวันก็ชาอู่หลง
เกิดมาตั้งนาน จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย
แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ กันนานๆ เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน
แต่น้ำไม่ใช่คน คนไม่ได้มีไว้ดื่ม และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ

คบคนจำนวนมาก หากดูแลใส่ใจเขาได้
หากไม่ไหว น้อยไว้อาจจะดีกว่า

หาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตบ่อยๆ จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป

ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก โลกมีขยะเยอะแล้ว

สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ
อีกมุมคือ ความหมายของการเกิดมา


ฟังเพลงเพราะๆ ไม่ด่าเพลงที่ตัวเองคิดว่าไม่เพราะ
เพราะอาจมีคนอื่นเขาชอบเพลงนั้นก็ได้
เอาปากมาร้องเพลงที่เราชอบ ดีกว่าเอาปากไปด่าเพลงที่ไม่ชอบ

อ่านหนังสือให้เยอะที่สุด หนังสือดีๆ อ่านทั้งชีวิตก็ไม่หมด
ถ้าใช้เวลากับเรื่องไร้สาระน้อย จะมีเวลาให้เรื่องมีสาระเยอะ
แต่เรื่องมีสาระมีมาก เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ

“สาระ” ของแต่ละคนต่างกัน
เรื่องไร้สาระของบางคน อาจเป็นเรื่องมีสาระของบางคน

มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านก่อนตาย
ถ้าตายแล้วไม่ได้อ่านก็วางมันไว้บนโลกนี่แหละ
ถ้าชาติหน้ามีจริงจะกลับมาอ่าน ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว

คุยกับคนต่อหน้ามากกว่าผ่านอินเตอร์เน็ต
เวลาจ้องตากันนี่มันดีนะ



 หลับให้สบาย วางความคิดไว้ข้างเตียง
เกิดมาทั้งทีควรหลับฝันดีทุกคืน (หรือไม่ก็ไม่ต้องฝัน)

 หากมีคนที่เราอยากให้เขาฝันดี น่าจะบอกเขาบ่อยๆ
มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดจะบันดาลให้มันเป็นจริงหรอก
แต่เขาจะได้รู้สึกดีตั้งแต่ก่อนฝันแล้ว

 เวลาหลับเราต้องการความสงบ เวลาตื่นต่างหากที่เราอยากยิ้ม

 เกิดมาทั้งทีน่าจะได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ
รู้ได้ไงว่าจะได้เกิดมาลองอีกหน โทรไปถามพระพรหมแล้วหรือ

 ความสำเร็จ คือการได้ลงมือทำ
ความผิดพลาดคือ อยากแล้วไม่ลอง
ผิดคือครู ไม่ผิดจะเรียนรู้จากใคร
เวลาผ่านไปทุกวัน โอกาสก็ยิ่งน้อยลง



? เคารพคนแก่ที่น่าเคารพ เช่นเดียวกับเคารพเด็กที่น่าเคารพ
วันหนึ่งเราจะแก่เหมือนเขา ศึกษาจากความแก่ ดูแลความชรา

? เลือกดูทีวีที่ “น่าดู” ใครก็รู้ว่า “น่าดู” คืออะไร
ของใครก็ของมัน

? ไปทะเลบ้าง ทะเลมันกว้าง ใหญ่ ช่วยขยายใจได้
ไปภูเขาบ้าง ภูเขามันสูง ตระหง่าน อยู่นานกว่าคน

? ขำ-เวลาที่อยากขำ ไม่ต้องอั้นทำเก๊กว่า-ไม่เห็นขำตรงไหน

? ชม-เวลาเจออะไรที่ชอบ เก็บเอาไว้ ตายไปไม่ได้บอก
ชื่นชม-สิ่งที่อยากชื่นชม
หากมัวเอาเวลาไปตั้งแง่ จะเหลือเวลาที่ไหนให้ชื่นชม



บทสรุป : ความสำเร็จของการเกิดมา

ความสำเร็จอาจเหมือนก้อนอิฐ ที่ต้องก่อร่างทีละก้อน
เพื่อเห็นผลสำเร็จในปั้นปลาย หากไม่ก่อวันนี้จะมีตึกไหม

หรืออาจเหมือนลมหายใจที่ไหลวนปนอยู่ในชีวิตทุกวินาที
แทนที่จะสำเร็จตอนอายุสี่สิบ ห้าสิบ หกสิบ หรือเจ็ดสิบ
ทำไมเราไม่สำเร็จมัน ณ วินาทีนี้เลย
คนเราอาจประสบความสำเร็จได้ในทุกวินาที

แต่เราจะประสบความสำเร็จได้
คงต้องตอบตัวเองก่อนว่า
นิยามของความสำเร็จของเราคืออะไร
เมื่อตอบได้ และทำมันสำเร็จ
นั่นอาจนับได้ว่า เกิดมา เราประสบความสำเร็จแล้ว

@ สิ่งที่ค้นพบระหว่างนั่งเฉยเฉย”...............by นิ้วกลม



เวลาผ่านไปไว
เมื่อเราไม่ได้คิดถึง
การมีอยู่ของมัน

อย่าให้ความรู้
กักขัง
ความคิด

ชีวิตไม่ใช่การตามหาส่วนที่ขาดหายไป
มันคือการทำความเข้าใจ
ว่าเราไม่ได้มีอะไรขาดหาย

บางคนมีคนรู้จักเขามากมาย
เสียดาย
เขาไม่รู้จักตัวเอง

เจ้าของนกตัวนั้นปล่อยมันออกจากกรงขัง
มิใช่เพราะไม่ได้รักมันแล้ว
ตรงกันข้าม
เขาเพิ่งรู้จักรักมันต่างหาก

สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้
คือ
ฉันยังต้องเรียนรู้อีกมาก.

มนุษย์รู้แล้วว่าโลกมิได้เป็นศูนย์กลางจักรวาล
ทว่ายังเชื่อว่า
ตนเองเป็นศูนย์กลางของโลก.

ความรู้
เป็นกำแพงขัดขวาง
การรู้

ความรู้กระทบสมอง
การรู้กระทบหัวใจ

ความรู้คือ ดอกไม้นี้สปีชีส์ไหน
การรู้คือ ดอกไม้นี้หอมดีจัง

เมื่อบอกว่าไม่มีทางเลือก
แปลว่า
เธอเลือกที่จะไม่มีทาง

ตอบว่าชีวิตต้องการอะไรนั้นง่าย
ทำตามที่ต้องการต่างหากล่ะ
ที่ยาก

ไล่ตามความฝัน
เหนื่อย
ไม่มีความฝัน
เนือย

อาหาร ทำให้เรามีชีวิต
ความฝัน ทำให้เราอยากมีชีวิต

อย่าคาดหวังการเติบโตของต้นไม้แห่งความฝัน
หากเธอเอาแต่รดน้ำมัน
ด้วยน้ำลาย

ผู้ที่ไม่เคยแพ้
คือ
ผู้ที่ไม่เคยลงแข่ง

โลกของคนกล้า
กว้างกว่า
โลกของคนขี้กลัว

บางคนกลัวฟันผุมากเกินไป
จนไม่ได้กินช็อคโกแล็ต

บางครั้ง ช่วงเวลาที่เธอกลัวว่าฝนจะตกนั้น
ยาวนานกว่า
ช่วงเวลาที่ฝนตกลงมาจริงจริง

หาก – ถ้า – แต่ว่า – ถ้าเกิดว่า – แล้วถ้าหาก
บางห้วงขณะของการตัดสินใจ
โยนถ้อยคำไม่มั่นใจเหล่านี้ทิ้งไปบ้างก็ดี.

ถ้าเธอหากำลังใจไม่เจอ
จงสร้างมันขึ้นมา.

หัวเราะให้กับความโง่เง่าของตัวเอง
ให้ดังกว่า
ที่คนอื่นหัวเราะเยาะเรา.

การควบม้า
สนุกตรงที่เราไม่สามารถบังคับมันได้เสมอไป
ชีวิตก็เช่นกัน.

สำหรับนักโต้คลื่น
ทะเลสงบ
เป็นเรื่องน่าเบื่อ

ความเงียบสงบของกลางคืน
ทำให้เราตื่นจากความฟุ้งซ่าน
ตอนกลางวัน

ฝันร้ายที่สุด
คือการได้รู้ว่า
ฝันดีที่ฝันมาเป็นแค่ฝัน

อย่าเดินทางไป ค้นหา
จงเดินทางไป ค้นพบ

จงหายใจต่อไป
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.

ว่าด้วยวิชาเมฆ เมฆ



เมฆเกิดจากการรวมตัวหรือเกาะกลุ่มของไอนำในที่สุดก็จะเกิดการควบแน่นและ ตกลง มาเป็นฝน ละอองน้ำและเกล็ดน้ำแข็งที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนลอยตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศ ที่เราสามารถมองเห็นได้

ไอน้ำที่ควบแน่น เป็นละอองน้ำ (โดยปกติแล้วจะมีขนาด 0.01 มม) หรือ เป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อเกาะตัวกันเป็นกลุ่มจะเห็นเป็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆนี้สะท้อนคลื่นแสงในแต่ละความยาวคลื่นในช่วงที่ตามองเห็นได้ ในระดับที่เท่า ๆ กัน จึงทำให้เรามองเห็นก้อนเมฆนั้นเป็นสีขาว แต่ก็สามารถมองเห็นเป็นสีเทาหรือสีดำ ถ้าหากเมฆนั้นมีความหนาแน่นสูงมากจนแสงผ่านไม่ได้
เมฆบนดาวดวงอื่นนั้นประกอบด้วยสารอื่นนอกจากน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพบรรยากาศของดาวนั้น (เช่นว่า มีก๊าซอะไรอยู่ และ ระดับอุณหภูมิ)

การแบ่งประเภทของเมฆตามรูปร่าง

เมฆนั้นแบ่งตามรูปร่างเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ แบบเป็นชั้น (layered) ในแนวนอน และ แบบลอยตัวสูงขึ้น (convective) ในแนวตั้ง, โดยจะมีชื่อเรียกว่า สตราตัส (stratus ซึ่งหมายถึงลักษณะเป็นชั้น) และ คิวมูลัส (cumulus ซึ่งหมายถึงทับถมกันเป็นกอง) ตามลำดับ

นอกจากนี้แล้วยังมีคำที่ใช้ในการบอกลักษณะของเมฆ
• สตราตัส (stratus) หมายถึง ลักษณะเป็นชั้น
• คิวมูลัส (cumulus) หมายถึง ลักษณะเป็นก้อนสุมกัน
• เซอร์รัส (cirrus) หมายถึง เมฆชั้นสูง
• อัลโต (alto) หมายถึง เมฆชั้นกลาง
• นิมบัส (nimbus) หมายถึง ฝน



ฟังรายการวิทยุรักพ่อ ตอนที่ 162 รักพ่อ รักในหลวง โดย กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติ - ร้อยใจภักดี



http://www.youtube.com/watch?v=fG1E8gcBoYw
รายการรักพ่อ 162 ร้อยใจภักดี -  16เมย2556





พบกับ สารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง  "ตามรอย...สายน้ำพระราชหฤทัย" ตอน น้ำพระราชหฤทัยแผ่ไพศาล ตอนที่ ๒,
พบกับ สารคดีเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง ,  สารคดีพระเมตตาดั่งสายธาร ตอน "สาวโรงงานทอผ้าแม่เจ้าอยู่ัหัว",

ฟังเพลง แผ่นดินของเรา, อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี, สปอตข้าวผิดอิ่มใจ, เมื่อคนไทยรักคนไทยด้วยกัน, สปอตสันติสุขใต้พระบารมี, สปอต รณรงค์เมาไม่ขับ, ทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว, ในหลวง In your heart,
เพลงแบบนอนสต๊อป จากศิลปิน 1.สู้ชีวิต- พยัพ+สุนารี  2.ไฟเพื่อชีวิต- พยัพ คำพันธ์ 3.ให้กัน - ต่อ เสบียง 4.คนพเนจร - ต่อ เสบียง 5.คนผ่านทาง - ต่อ เสบียง 6. 5 กู - ต่อ เสบียง 7. หัวใจสะเปะสะปะ - ต่อ เสบียง

มาแล้วครับรายการรักพ่อ ช่วยสายต่อ ให้ระบือ ส่งสื่อสาร
เหมือนคนที่มีจิตร่วมกัน ร่วมปกป้องสถาบัน ให้มั่นคง
ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ขอนำท่านผู้ฟังเข้าสู่รายการรักพ่อ

รายการวิทยุดีๆที่ตั้งใจทำในแนวจิตอาสา
ผู้ดำเนินรายการ : สุเวศน์ ภู่ระหงษ์
ทีมงาน ห้องบันทึกเสียง สิงหา ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี
- กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติ

ตายจากยาลดความอ้วน


ปัจจุบันมียาลดความอ้วนที่นิยมใช้กันอยู่หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทำให้เบื่ออาหารไม่รู้สึกอยากอาหาร กลุ่มขับปัสสาวะ ยาระบาย ฮอร์โมนกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน เป็นต้น ซึ่งต้องใช้อย่างระมัดระวัง ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ก็ยังมีการลักลอบจำหน่าย ยาลดความอ้วนเหล่านี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ตื่นตัว นอนไม่หลับ ไม่รู้สึกหิว บางรายอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิต
http://bit.ly/1lHrm9A

.

Waiting....